สุขภาพ

Pom Poko เมื่อพื้นที่เมืองรุกล้ำชุมชนในชนบท

Pom Poko (平成狸合戦ぽんぽこ) คือภาพยนตร์การ์ตูนของค่ายจิบลิอีกเรื่องที่พรั่งพร้อมไปด้วยคุณภาพและความงามของการ์ตูน Pom Pokoออกฉายครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นเมื่อ 16 กรกฎาคม 1994 อำนวยการสร้างโดย อิซาโอะ ทากาฮาตะ (Isao Takahata) ประสบความสำเร็จคว้ารางวัล 3 รางวัลจาก 3 เวทีคือรางวัลภาพยนตร์การ์ตูนยอดเยี่ยมจากงาน Annecy International Animated Film Festival (ฝรั่งเศส) รางวัลพิเศษจาก Japan Academy และรางวัลการ์ตูนยอดเยี่ยมจาก Mainichi Film Concours วงการภาพยนตร์ของญี่ปุ่นยังได้ส่งภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องนี้เป็นตัวแทนในชิงรางวัลออสก้าร์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมในปี 2005 รวมทั้งภาพยนตร์เรื่องนี้ยังสามารถสร้างรายได้เป็นอันดับที่ 1 ใน box Office ของญี่ปุ่นในปี 1994 ซึ่งแสดงให้เห็นคุณค่าของภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องนี้เป็นอย่างดี

ณ ที่ชานเมืองโตเกียว แถบเขาตามะ (Tama Hill) ปลายๆทศวรรษที่ 60 โตเกียวเริ่มแออัด การเกิดเมืองใหม่ที่เรียกว่าเมืองใหม่ตามะ ความต้องการที่อยู่อาศัยของคนเริ่มขยับขยายไปสู่ชานเมือง การทำลายพื้นที่ป่าเพื่อสร้างเมืองจึงสร้างความเดือดร้อนต่อเหล่าสัตว์ที่อยู่อาศัยเดิมในแถบนั้นคือ ทานูกิ พื้นที่ของอาหารเริ่มลดลง ตอนเริ่มต้นทานูกิจึงต่อสู้กันเองเพื่อแย่งชิงอาหาร แต่ผู้เฒ่าของทานูกิก็มาระงับศึกแล้วอธิบายเหตุผลจริงๆของอาหารที่ลดลงนั้นเกิดจากฝีมือของมนุษย์ ดังนั้นต้องร่วมกันต่อต้านมนุษย์ ขับไล่มนุษย์ให้ออกไปจากเขตของพวกตน ด้วยการใช้วิชาแปลงร่างที่ทานูกิสามารถทำได้แต่ต้องใช้เวลาฝึกฝน อย่างไรก็ตามทานูกิบางตัวก็ไม่มีพรสวรรค์ในการแปลงร่าง เหล่าทานูกิที่มีพรสวรรค์ต่างพากันฝึกฝน ในขณะเดียวกันก็ส่งทานูกิ 2 ตนออกเดินทางไกลไปตามหาท่านปรมาจาย์ที่มีสุดยอดวิชาการแปลงร่างมาช่วยอีกทาง ในการนำการต่อสู้เหล่าทานูกิมีผู้นำที่โดดเด่นคือผู้อาวุโสหญิงโอโรกุผู้หลักแหลมและออกแนวคิดรวมทานูกิเป็นหนึ่งในการต่อต้านมนุษย์ กอนต้าทานูกิผู้ชอบใช้วิธีรุนแรงคิดว่าการต่อสู่ขั้นแตกหักเป็นสิ่งจำเป็น ผู้เฒ่าทสึรุกาเมที่เป็นที่นับถือของเหล่าทานูกิ และโชกิชิทานากิรุ่นผู้ใช้แนวทางในการใช้การแปลงร่างในการหลอกหลอนให้มนุษย์กลัว

เมื่อเหล่าเยาวชนทานูกิเรียนรู้วิชาการแปลงร่างได้แล้วก็สร้างกองทัพเพื่อไปรบกับมนุษย์ หรือไปซุ่มโจมตีตามแต่โอกาสนำโดยกอนต้า ทานูกิบางกลุ่มก็แปลงร่างเป็นผีเพื่อหลอกให้คนกลัวนำโดยโชกิชิ เมื่อกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งเสร็จ เห่ลาทานูกิก็กลับมาดูโทรทัศน์เพื่อติดตามข่าวว่ามนุษย์หวาดกลัวจากสิ่งที่ตนทำหรือไม่และหวังว่ามนุษย์จะหยุดการรุกร้ำพื้นที่ของตน โชคร้ายยิ่งทานูกิทำสิ่งใดลงไปผลกับตรงกันข้ามเสมอจนทานูกิเริ่มจะถอดใจ แต่แล้วปรมาจารย์ที่ให้ไปตามหาก็กลับมาพร้อมสร้างขบวนพาเหรดของเหล่าปีศาจมาหลอกหลอนคนในหมู่บ้านในคืนหนึ่ง แต่ความหวังนั้นยิ่งกลับกลายเป็นสิ่งสนใจให้กับมนุษย์และมองว่าขบวนหาเหรดนั้นเป็นพิธีกรรมหรือการละเล่นอย่างหนึ่งที่มาโชว์ให้พวกเขาดู ในวันที่เหล่าทานูกิได้พ่ายแพ้อย่างหมดรูป มนุษย์รุกพื้นป่าและสร้างโครงการหมู้บ้านได้สำเร็จ เหล่าทานูกิก็ได้เรียนรู้สิ่งหนึ่งที่พวกตนจะสามารถคงอยู่ได้ก็คือการแปลงร่างเป็นมนุษย์และไปอยู่กับพวกมนุษย์แทนแม้จะไม่อยากทำแต่ก็เป็นทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ ส่วนทานูกิที่แปลงร่างไม่ได้ก็ต้องอาศัยหลบๆซ่อนๆหากินเศษอาหารที่มนุษย์ทิ้งไว้ เป็นชะตากรรมที่เหล่าทานูกิไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ทานูกิ เป็นสัตว์ที่มีหน้าตาเหมือนแร็คคูน แต่จริงๆแล้วมันเป็นสัตว์ในตระกูลสุนัข (Canine Family) บางครั้งยังเรียกว่า Raccoon dogs พบเจออยู่ในญี่ปุ่น อุปนิสัยขี้อาย ขี้เกียจ และมีตำนานเล่าขานของชาวญี่ปุ่นว่าทานูกิสามารถแปลงร่างมาหลอกหลอนมนุษย์ รวมทั้งใช้เวทมนต์เสกใบไม้ให้กลายเป็นเงิน เราสามารถพบเห็นรูปปั้นทานูกิได้ทั่วไปในญี่ปุ่นตามวัด,ศาลเจ้าและร้านอาหารหรือภัตตาคาร โดยรูปปั้นทานูกิส่วนใหญ่จะถือถ้วยเหล้าสาเกอยู่ในมือ และตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่นทานูกิเพศผู้จะมีลูกอัณฑะค่อนข้างใหญ่ คุณลักษณะพิเศษนี้มีความสำคัญต่อภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องนี้มาก (เพราะจะพบเห็นในภาพยนตร์หลายฉาก) ในเรื่องทานูกิจะใช้อวัยวะส่วนนี้ขยายให้ใหญ่กลายเป็นสิ่งต่างๆนาๆ เช่น ร่มชูชีพ ลูกบอลขนาดใหญ่ไว้ต่อสู้ เรื่อขนาดยักษ์ รวมทั้งชื่อเรื่อง Pom Poko ก็คือเสียงที่มาจากการที่ทานูกิดึงอวัยวะส่วนนี้(บางแหล่งก็บอกว่าเป็นอวัยวะส่วนท้อง)ให้พองโตและกระทบเป็นจังหวะจนเกิดเสียง poko pon poko พร้อมกับใช้กรงเล็บเพื่อขู่ผู้คนที่เดินผ่านไปมา ในเรื่องจะมีบางฉากที่ทานูกิโชว์พุงอ้วนแล้วตีท้องตัวเองมีเสียงดัง “ปอง”

หลายๆเรื่องที่การ์ตูนของจิบลิได้สื่อสารผ่านสัญลักษณ์ การใช้ตัวแทนต่างๆเป็นตัวเดินเรื่องราว Pom Poko ก็เช่นกัน ภาพที่น่ารักของทานูกิ นิสัยเรียบง่าย ชอบสนุกสนาน รื่นเริง ว่าอะไรว่าตามกัน ทะเลาะเบาะแว้งกันบางเวลา เมื่อมีภัยร้ายมาเยือนก็รวมตัวกันต่อสู้ในตอนต้นเรื่องที่ทานูกิประชุมกันเพื่อต่อต้านมนุษย์มีบทสรุปการประชุมของเหล่าทานูกิที่สะท้อนบุคลิกที่กล่าวมาได้อย่างมีเลศนัย

“การตัดสินใจต่างในอนาคตให้ขึ้นอยู่กับเหล่าผู้อาวุโส
โดยเหล่าผู้อาวุโสได้ร่างแผนระยะยาว 5 ปีขึ้นมา
เพื่อฟื้นฟูสิลปะดั้งเดิมของการแปลงร่าง
โดยจะเชิญปรมาจารย์ในด้านกลายร่างมาจากชิโกกุและซาโดะ
แต่ไม่มีใครอาสาทำหน้าที่พลนำสารในภารกิจยากลำบากนี้
ทุกคนได้แต่แกล้งทำเป็นหลับ
ความหวังของเหล่าแร็คคูนจึงต้องฝากไว้กับแร็คคูนรุ่นหลัง
แต่เมื่อนำอาหารมาวาง
พวกนี้กลับไม่รีรอกระโดดเข้าคว้าแฮมเบอร์เกอร์
แม็คโดนัลด์มาศึกษาและกินอย่างเอร็ดอร่อย”

ภาพลักษณ์แบบนี้ปรากฏให้เห็นอยู่ทั่วไปตามชนบท ต่างจังหวัด หรือที่ห่างไกลจากความเจริญ หรืออีกนัยหนึ่งทานูกินอกจากศื่อถึงเรื่องจริงของสัตว์ป่าที่ถูกรุกรานในอีกมุมหนึ่งก็อาจจะหมายรวมถึงสังคมมนุษย์ที่อยู่ตามชนบทด้วยนั่นเองที่มีชะตากรรมไม่แตกต่างไปจากเจ้าทานูกิ บางทีการใช้ทานูกิทำให้ง่ายต่อความเป็นการ์ตูนไม่เคร่งเครียดเกินไปและสอนให้ผู้คนรักสิ่งแวดล้อม แต่ความนัยที่แฝงกลับเป็นการบ่งบอกถึงการคืบคานเข้ากลืนชีวิตที่เรียบง่ายของคนในสังคมชนบทไปด้วย รวมถึงการล่มสลายไปของวัฒนธรรมที่เป็นรากฐานของการดำรงชีวิตของชาวท้องถิ่นแต่ละแห่ง ภาพสะท้อนที่น่าหดหู่ที่สุด(แต่ในการ์ตูนสื่อภาพให้ดูสนุกสนานโดยไม่ต้องตีความ) ก็คือภาพของขบวนพาเหรดของบรรดาผี ปีศาจรวมทั้งเทพยดาทั้งหลายที่มีมาในตำนานของญี่ปุ่นซึ่งถูกสร้างโดยปรมาจาย์ทานูกิเพื่อหลอกหลอนให้มนุษย์หวาดกลัว กลับกลายมาเป็นเรื่องตลกของมนุษย์ และนายทุนหัวใสพยายามที่จะนำสิ่งเหล่านี้ไปอยู่ในสวนสนุกของเขาเพื่อสร้างรายได้ ประเพณีเรื่องผีสางหรือเทพยดาในญี่ปุ่นไม่ต่างจากประเทศไทย แม้จะเป็นสิ่งน่าหวาดกลัวโดยเฉพาะในวัยเด็กแต่เป็นเรื่องเล่าที่สืบทอดมา และบางครั้งสิ่งเหล่านี้ก็ช่วยรักษา ให้มนุษย์รู้จักบาปบุญคุณโทษ แต่ถ้าขาดสิ่งเหล่านี้ไปมนุษย์จะยำเกรงต่อสิ่งใดอีก

Pom Poko

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *