พ่อแม่ต้องรู้ทัน! สัญญาณเตือน…โรคคาวาซากิ (Kawasaki disease) ในเด็ก

โรคคาวาซากิ …ยิ่งรักษาเร็ว ยิ่งลดโรคแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิต

ปัญหาสำคัญของโรคนี้ คือ ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่หัวใจและเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจ (coronary artery) และการอักเสบกล้ามเนื้อหัวใจรอบๆ เส้นเลือด พบประมาณร้อยละ 20-30 ถ้าไม่ได้รับการรักษาภายในช่วง 7-9 วันแรกของโรค ซึ่งถ้าเกิดโรคแทรกซ้อนมากและรุนแรง อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ (ประมาณร้อยละ 1-2 )
ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต โดยพบประมาณร้อยละ 50-70 ของผู้ป่วย ขนาดโตกว่า 1.5 ซม. แต่ไม่เจ็บ
อาการแสดงอื่นๆ ที่อาจเกิดร่วมด้วย ได้แก่ ปวดตามข้อ ทางเดินปัสสาวะอักเสบแบบไม่ติดเชื้อ ปวดท้อง ท้องเสีย เยื่อหุ้มสมองอักเสบ มีการเปลียนแปลงการทำงานของตับ และบางรายมาด้วยอาการช็อก
ทั้งนี้ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการแสดงไม่ครบตามข้อกำหนด (criteria) เรียกภาวะนี้ว่า Incomplete Kawasaki Disease หรือ Atypical Kawasaki disease เป็นต้น
ด้วยเหตุนี้ ผู้ป่วยจึงต้องได้รับการวินิจฉัยอย่างทันท่วงที ภายใน 7วัน แรกของโรค และตรวจระบบหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ ได้แก่ คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ถ่ายภาพรังสีทรวงอก และทำ Echocardiogram ตอนเริ่มเป็นโรคและหลังการรักษาเพื่อดูว่ามีภาวะแทรกซ้อนที่หัวใจ และ/ หรือหลอดเลือดหัวใจหรือ ไม่ ถ้ามีภาวะแทรกซ้อนที่หัวใจ และหรือหลอดเลือด ก็จะต้องได้รับการดูแลต่อเนื่องตามความรุนแรงของโรค
ตรวจให้รู้ว่าเป็น “ โรคคาวาซากิ ” หรือไม่…ได้ด้วยวิธีนี้
การตรวจวินิจฉัยโรคคาวาซากินั้น อาศัยประวัติและการตรวจร่างกายพบความผิดปกติดังกล่าว ร่วมกับการวิเคราะห์แยกโรคจากสาเหตุอื่น รวมทั้งการตรวจเลือด การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ถ่ายภาพรังสีทรวงอก และทำ Echocardiogram เพื่อตรวจดูว่ามีโรคแทรกซ้อนที่หัวใจและหลอดเลือดหรือไม่ และทำ Echocardiogram ฃ้ำหลังการรักษา เพื่อดูว่ามีโรคแทรกซ้อนที่หัวใจและหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจหรือไม่ และถ้ามี..ระดับโรครุนแรงแค่ไหน เพื่อวางแนวทางการรักษาต่อไป
การดูแลรักษาผู้ป่วยที่ป่วยเป็นโรคคาวาซากิ
ให้ยา Intravenous Gammaglobulin (IVIG) ในขนาดสูงเพื่อลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่หัวใจ และ หลอดเลือดแดงที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ลดการอักเสบผนังหลอดเลือด เพื่อไม่ให้เกิดโป่งพอง และกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ
ร่วมกับการให้ Aspirin
มีประมาณ 10 % ที่ผู้ป่วยดื้อต่อการรักษา ต้องให้ยาเพิ่ม
การพยากรณ์โรคและการดำเนินโรค
การพยากรณ์โรคและการดำเนินโรคจะดีถ้าผู้ป่วยไม่เกิดโรคแทรกซ้อนที่หัวใจ และเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจ ก่อนและหลังการรักษา โดยหลังจากไข้ลดลงแล้ว ต้องทานยากันเลือดแข็งตัว (Aspirin) ต่ออีกนานประมาน 60 วัน ของโรค หรือจนกว่าเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจโป่งพอง (aneurysm) กลับเป็นปกติ อ่านเพิ่มเติม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *