สุขภาพ

ค้นหาสาเหตุ โรคหลอดเลือดหัวใจ กับอาการที่ไม่ทันตั้งตัว

ค้นหาสาเหตุ โรคหลอดเลือดหัวใจ กับอาการที่ไม่ทันตั้งตัว

ผู้สูงวัย 73 ปี ซึ่งเกิดในเมืองไทยและไปประกอบกิจการส่วนตัวที่อินเดียและเดินทางไป ๆ มา ๆ ที่เมืองไทยทุกปี และทุกครั้งที่อยู่เมืองไทย เป้าหมายอย่างหนึ่งที่สำคัญคือ “การตรวจเช็คสุขภาพ” ที่โรงพยาบาลสุขุมวิท” จนได้รู้จักคุ้นเคยกับ “นพ.ดาวิน นารูลา”…อดีตผู้อำนวยการ รพ.สุขุมวิท เป็นอย่างดี ซึ่งเมื่อใดที่เกิดความข้องใจสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพร่างกายของตัวเองและครอบครัว “คุณกุลทีป” เป็นต้องต่อสายตรงมาปรึกษาเรื่อยมาและบังเอิญว่าได้เดินทางมาอยู่ในเมืองไทยในช่วงที่เจ้าไวรัส “โควิด-19” กำลังแพร่ระบาดพอดี เลยติดอยู่ในประเทศไทยไม่สามารถเดินทางไปอินเดียได้ จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่งภรรยาได้ชวนไปเดินออกกำลังกาย แต่เดินได้ไม่นานก็รู้สึกว่าร้อนและไม่อยากเดิน แต่พอถึงเย็นถัดมาก็รู้สึกแบบเดิมอีกจึงนั่งพักและรู้สึกเหมือนมีใครมาบีบหัวใจ จุกแน่นข้างในอยู่ราว ๆ 5 นาทีก็หายไปจึงเดินต่อโดยไม่เกิดขึ้นอีก พอวันถัดไปก็เกิดอาการเดียวกันอีกระหว่างออกไปเดิน จึงได้โทรศัพท์ไปปรึกษากับ “คุณหมอดาวิน” ซึ่งได้รับคำแนะนำให้ไปรับการตรวจเช็คที่ “รพ.สุขุมวิท” ในวันรุ่งขึ้นและได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือ ECG โดย “นพ.นิวิธ กาลรา…แพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคหัวใจ และหลอดเลือด” ประจำศูนย์โรคหัวใจ “รพ.สุขุมวิท” และได้รับการแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติมด้วยเหตุที่ข้องใจในอาการเจ็บหน้าอกที่เกิดขึ้นและยังมีอยู่ โดยได้ให้เข้าทดสอบด้วยการเดินบนสายพานและผ่านไปไม่ถึง 1 นาทีเครื่องก็แจ้งถึงความผิดปกติที่ชี้ว่าหัวใจขาดเลือด ซึ่งต้องทำการสวนหลอดเลือดหัวใจด้วยการใส่ขดลวด (Stent)เพื่อขยายหลอดเลือดให้เร็วที่สุด และหลังจากได้รับการขยายหลอดเลือดแล้วก็ไม่ปรากฏถึงอาการเหมือนถูกใครบีบหัวใจอีก แม้จะเดินไปเข้าห้องน้ำเองก็ตาม ซึ่งหลังจาก 1 เดือนผ่านไปก็ได้ไปเข้ารับการตรวจติดตามผลเพื่อจะได้ทราบว่ามีความผิดปกติอย่างไรหรือไม่…และเจ้าตัวได้เผยว่า

สุขภาพดีลดเสี่ยงหลอดเลือดหัวใจตีบตัน

“…ผมยกของได้ อะไรก็ดีทุกอย่างทำได้หมดเลย คุณหมอก็บอกว่าหลัง 15 วันก็เริ่มใช้ชีวิตตามปกติได้โดยไม่ต้องกังวล เว้นเฉพาะช่วง 15 วันแรกหลังการรักษาอย่าเพิ่งทำอะไรเด็ดขาด ในขณะที่ทำการสวนหลอดเลือดหัวใจก็ไม่เจ็บเลย วิวัฒนาการการแพทย์ก้าวหน้าขึ้นมากเลยครับ…ไม่คิดเลยว่าจะเป็นโรคหัวใจ รู้สึกตกใจมาก เพราะไม่มีอาการอะไรเตือนมาก่อน อยู่ดีก็เป็น คุณหมอนิวิธและคุณหมอดาวินยังบอกเลยว่าดีที่มาเร็ว ถ้าช้ากว่านี้ก็อาจสายไปก็ได้เพราะโรคหัวใจมันไว้ใจไม่ได้…อีก 4 เดือนผมจะมาทดสอบด้วยการเดินสายพานอีกครั้งเพราะอยากรู้ว่าทุกอย่างจะโอเคหรือเปล่า…”

ภาวะจุกแน่นลิ้นปี่บ่งชี้ถึงความผิดปกติของ “หัวใจ”

จากการซักประวัติของผู้ป่วยอย่างละเอียดได้ช่วยให้ทราบถึงภาพรวมของผู้ป่วยวัย 73 ปีท่านนี้จึงสรุปได้ว่าที่ผ่านมามีสุขภาพแข็งแรงเป็นปกติดี เข้ารับการตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ มีระดับความดันโลหิตปกติดี ระดับไขมันในเลือดสูงเล็กน้อยแต่ไม่ได้ทานยาลด…เหตุที่มาโรงพยาบาลก็เพราะเกิดอาการจุกแน่นลิ้นปี่ และแน่นท้อง ทำให้ “คุณหมอนิวิธ” ได้เตรียมการให้ผู้ป่วยได้เข้ารับการส่องกล้องระบบทางเดินอาหารไว้ด้วย เพื่อประเมินภาวะดังกล่าว แต่ระหว่างการตรวจเตรียมความพร้อมก็พบว่ามีคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ ซึ่งหลังจากที่ “ศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลสุขุมวิท” ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าลักษณะคลื่นไฟฟ้าชนิดนี้น่าจะเกิดจาก “โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ” มากกว่าที่จะมีต้นเหตุจากโรคกระเพาะ จึงได้ให้ข้อมูลแก่ผู้ป่วย จากนั้นจึงได้แนะนำให้เข้ารับการตรวจเพิ่มเติมด้วยการเดินสายพานซึ่งช่วยให้ทราบว่ามีความผิดปกติที่บ่งชี้ได้ว่ามีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดค่อนข้างสูง ทำให้ส่งผู้ป่วยเข้ารับการสวนหลอดเลือดหัวใจทันทีและพบว่ามีหลอดเลือดหัวใจตีบ 90% ที่หลอดเลือดแดงด้านหน้าซ้าย LAD ซึ่งเป็นหลอดเลือดที่เลี้ยงพื้นที่หัวใจมากที่สุด จึงได้ทำการขยายหลอดเลือดและวางขดลวด (Stent) เพื่อค้ำยันและป้องกันไม่ให้หลอดเลือดกลับมาตีบซ้ำ และหลังจากได้รับการรักษาแล้วอาการจุกแน่นลิ้นปี่ของผู้ป่วยก็หายไป ซึ่งโดยปกติแพทย์จะให้พักฟื้นในโรงพยาบาล 1-2 วันจึงให้กลับไปพักฟื้นที่บ้านอีก 1 สัปดาห์ โดย “คุณหมอนิวิธ” อธิบายเสริมว่า

“…หลักการของการพักฟื้นของโรคหลอดเลือดหัวใจคือพักผ่อนเฉย ๆ คือ รับประทานอาหารตามปกติ เนื่องจากเราทำการสวนขยายหลอดเลือดที่แขน ดังนั้นเนี่ยคนไข้สามารถเดินเหินได้ตามปกติไม่จำเป็นจะต้องงดการเดินนะครับ แต่ยังไม่ให้ออกกำลังกายหนัก 1 อาทิตย์แรก พอพ้น 1 อาทิตย์เป็นต้นไปแล้วจะให้ผู้ป่วยเริ่มออกกำลังกายได้…”

แทงบอลออนไลน์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *